เราอาศัยโลกอยู่…เพื่ออะไร ?

อาศัยโลกอยู่เพื่อ…สร้างความดี

+++++++++++++++++++

โลกที่เราอาศัยอยู่นี้ หรือสิ่งต่างๆที่เรากำลังครอบครองอยู่ทั้งหมดล้วนแต่เป็นของโลกโดยแท้จริงทั้งสิ้น เพราะขาดความเข้าใจ ต่อความเป็นจริงของชีวิต จึงหลงคิดยึดถือกันว่า….สิ่งนั้น สิ่งนี้เป็นของเรา นั่นก็เมียเรานี่ก็ผัวเรา และนั่นก็ลูกเรา ส่วนตัวของเราแท้ๆก็ยังไม่มี แล้วจะมี สิ่งต่างๆ หรือลูกเมียมาแต่ที่ไหน คล้ายๆกับว่าเราโกหกตัวเอง….เมื่อเราโกหกตัวเองหลอกตัวเอง หลงขี้ตู่ยึดเอาสิ่งต่างๆที่เป็นของโลกมาโอบกอดไว้เป็นของตนย่อม ต้องถูกลงโทษ คือได้รับความทุกข์ทรมานเป็นผลตอบแทน ใครโอบกอดไว้มากเท่าใด….เขาคนนั้นย่อมได้รับความทุกข์ทรมาน มากเท่านั้น

แต่คนที่ฉลาด เขาจะคิดแค่เพียงว่า….เราเกิดมาในโลกนี้ หอบ เอามาเพียงความเปลือยเปล่า เท่านั้น มาอาศัยโลกอยู่เพื่อสร้างความดี สิ่งต่างๆที่โลกมีอยู่ เราขอหยิบยืมใช้ก่อนเท่าที่จำเป็น เพื่อยังชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัยและจะขอใช้สิ่งต่างๆของโลกอย่างทะนุ ถนอม ระมัดระวังใช้อย่างพอดี ไม่สะสม ไม่กักตุน เมื่อเสร็จ กิจของการเกิด มาเพื่อสร้างความดีแล้ว จะยกสิ่งต่างๆที่หยิบยืมมา คืนกลับให้โลกทั้งหมด….หากเราฝึกคิดให้เป็น คิดให้มีสาระเพียงเท่านี้ ก็สามารถปลดเปลื้องความทุกข์ต่างๆที่มีให้เบาบางหรือ หมดสิ้นลงไปได้….

เพื่อ…เผชิญทุกข์ด้วยใจที่สงบ

++++++++++++++++++

คนเราเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ก็เกิดการสับสน วุ่นวาย จนต้องเป็นทุกข์ใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นจนเกินเหตุเลยไม่เป็นอันกินอันนอน แม้จะยืนเดินนั่งหรือจะอยู่ในอิริยาบถใดๆ ก็มีแต่ความร้อนรุ่มคอยแต่ วิตกกังวลจนทำอะไรไม่ถูก มองปัญหาไม่เห็น แก้ไขปัญหาไม่ได้ เมื่อไม่รู้จะแก้ไขปัญหาอย่างไร ก็เอา แต่ไปบนบานศาลเจ้า เข้าหาคนทรง หมอดู หรือดื่มเหล้า เที่ยวเตร่ สรวลเสเฮฮา กับเพื่อนฝูง จนกลายเป็นการสะสมปัญหาพอกพูนความทุกข์ไปมากกว่าเก่า จึงเป็นการยากที่จะแก้ไขปัญหา หรือความทุกข์ใจให้หมดลงได้
ส่วนคนที่เคยฝึกคิดอย่างมีสาระ ย่อมมีมุมมองการคิดที่ดี มีความฉลาดมีความกล้าหาญ ที่จะเผชิญหน้ากับความทุกข์ที่เกิดขึ้นด้วยดวงใจที่สงบเย็นมีสติอันสุขุมในการคิดที่จะไม่ให้เกิดความทุกข์ขึ้นแก่ตน และยังคงคอยเฝ้าต้อนรับกับความทุกข์ต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตอย่างไม่สะทก สะท้านเหมือนดังต้นไม้นานาพันธุ์ ที่เฝ้ารอการมาเยือนของฤดูกาล อย่างสงบนิ่ง….

สุดท้าย..ถึงท้อแท้แต่อย่าแพ้พ่าย

+++++++++++++++++++

ไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไรขึ้นในชีวิตจะหนักหรือเบาจงอย่าคิดให้เกิดการท้อแท้ อ่อนใจ เพราะการท้อแท้อ่อนใจนั้น มันจะทำให้ชีวิตของเราเหมือนกับว่าตายไปแล้วซีกหนึ่ง หมั่นฝึกคิดอย่างมีสาระ เพื่อสร้างเสริมเติมแรงใจให้กับชีวิตอยู่เสมอ แล้วสักวันหนึ่ง…. เราอาจจะกลับมายืนอย่างมั่นคง ตรงที่เคยล้มอยู่นั่นเอง….หรือเราอาจจะเกิดความท้อแท้ อ่อนใจต่อปัญหาที่กำลัง ประสบอยู่ให้คิดถือเสียว่า…ถึงจะท้อแท้ แต่เราจะแพ้ไม่ได้ เพราะคนที่รอคอยความหวังจากเรายังมีอยู่….หากเราแพ้เสียคนหนึ่ง อีกหลายคนคงต้องลำบาก…..

ขอบคุณหนังสือ..ทุกข์หรือสุข อยู่ที่เราคิด..โดย..อธิปัญโญภิกขุ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s