เจ้าหญิงสุมิตตาเทวี หรือพระนางวิสุทธาเทวี

เจ้าหญิงสุมิตตาเทวี

หรือพระนางวิสุทธาเทวี

ในหนังสือพระพุทธเจ้าเคยเกิดเป็นผู้หญิง

ของ อาจาร์ยบารมี

จากกรรมที่พระโพธิสัตว์ทำผิดศีลกาเมสุมิจฉา แล้วตกนรก เป็นเวลานานแสนนาน

หลังจากนั้น ถือกำเนิดเป็น ลา เป็นโค เป็นคนพิการ เป็นตาบอด เป็นคนหูหนวก

เป็นกระเทย และเป็นสตรี อย่างละ 500 ชาติ เป็นการชี้ให้เห็นว่าเป็นมนุษย์ผิดศีล

อย่างเด็ดขาด ด้วยอำนาจแห่ง โทสะ และราคะ อย่างรุนแรงและติดต่อกันเป็นเวลานาน

หลังจากนั้นไม่ได้สร้างบุญกุศลกรรมที่ประกอบด้วยศรัทธาอย่างแรงกล้าต่อ

ผู้บริสุทธิ์ด้วยศีลพรตหรือต่อธรรมที่กำหนดให้รักษาศีล 5 อย่างศรัทธา ในภายหลังบาป

ที่ทำไปแล้วนั้นมีกำลังรุนแรง
ให้เป็นชนกกรรมคือจะส่งผลทันที่เมื่อได้ตายไปจากภพปัจจุบัน

สัตว์ใดที่ทำบาปอย่างรุนแรงเมื่อตกลงเบื้องต่ำอบายภูมิ
จะหลุดออกจากอบายภูมิโดยเร็วพลัน

นั้นยากยิ่ง

มากล่าวถึงพระโพธิสัตว์เสวยเศษกรรมชาติสุดท้าย ด้วยมีบุญเก่าหนุนนำ

จึงเกิดเป็นสตรีในวงศ์กษัตริย์ ทรงพระนามว่าเจ้าฟ้าหญิงสุมิตตาราชกุมารีเป็นธิดา

ของพระเจ้าสุปปบุตรมหาราช และในกัปป์นั้นเป็นสารกัปป์ เพราะมีพระพุทธเจ้า

เสด็จมาอุบัติเพียงพระองค์เดียว ทรงพระนามว่าพระปุราณทีปังกรพุทธเจ้า

พระองค์เป็นราชบุตรของพระเจ้าสุปปบุตรมหาราชแต่ต่างมารดากับเจ้าหญิงสุมิตตาเทวี

และพระพุทธเจ้ามีฐานะเป็นพี่ชายของพระนาง เมื่อพระปุราณทีปังกรพุทธเจ้าบังเกิดขึ้น

พระองค์ทรงทำให้พระธรรมปรากฏขึ้นทำให้สรรพสัตว์ทั้งหลายต่างได้รับรสพระธรรมนั้น

จำนวนมากมายเหลือคณานับ บังเกิดพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นพระรัตนตรัย

กระจายไปทั่วสากลจักรวาล

กล่าวถึงพระนางสุมิตตาเทวี
ด้วยความศรัทธาเชื่อมั่นในพระเชษฐาเป็นทุนเดิม

เมื่อพระเชษฐาตรัสรู้เป็นพระปุราณทีปังกรพุทธเจ้าความศรัทธาย่อมมีมากขึ้นเป็นทวีคูณ

วันหนึ่งเวลาใกล้ค่ำพระนางยืนอยู่บนปราสาทมองลงมาเบื้องล่างก็เห็นพระภิกษุ

รูปหนึ่งมาบิณฑบาต อยู่ที่หน้าราชวังของพระนาง จึงคิดในพระทัยว่า ” พระคุณเจ้ามา

บิณฑบาตอะไรหนอ ถึงได้มาใกล้ค่ำ” จึงทรงสั่งให้บุรุษรับใช้ไปถามพระภิกษุ

พระภิกษุรูปนั้นบอกว่า จะมาบิณฑบาตน้ำมัน เมื่อพระนางทรงทราบ

จึงได้อาราธนาพระผู้เป็นเจ้าขึ้นมา ณ อาสนะ อันสมควรแล้วพระนางทรงดำรัสถามว่า

“พระผู้เป็นเจ้า มีความประสงค์น้ำมันไปเพื่อทำอะไร?” พระผู้เป็นเจ้าตอบว่า

” อาตมา บิณฑบาตน้ำมันเป็นอันมากเพื่อจุดประทีปมากมาย

ทำการสักการะบูชาแด่พระปุราณทีปังกรพุทธเจ้า จนสิ้นราตรียันรุ่งสางพร้อมทั้ง

มีเหล่าพระอริยะสงฆ์มาประชุมพร้อมกัน อาตมารับทำภารกิจนี้เสมอมา”

พระนางสุมิตตาเทวีได้รับทราบดังนั้นมีศรัทธาเป็นอันมาก
ก็ดำริในพระทัยว่า

“พระเชษฐาของเรา ได้ตรัสเป็นพระพุทธเจ้าทรงทำประโยชน์อย่างใหญ่หลวง

ต่อมวลสรรพสัตว์ทั้งหลายในกาลเบื้องหน้า ขอให้เราได้ตรัสเป็นพระพุทธเจ้า

เพื่ออนุเคราะห์แก่สัตว์โลกเหมือนพระองค์”

หลังจากนั้นพระนางทรงเอาน้ำมันถวายพระคุณเจ้า

จนเต็มบาตรพร้อมทั้งกล่าววาจาปณิธานว่า

” ด้วยอานิสงส์ผลทานนี้ขอจงเป็นปัจจัยให้ความปรารถนา

ของข้าพเจ้าจงสำเร็จผลตามที่ปรารถนาและขอให้พระคุณเจ้าจงมีจิต

ช่วย กราบทูล พระองค์ด้วยว่า พระน้องนาง ของพระพุทธองค์ซึ่งมีนามว่า

สุมิตตากุมารี มีความศรัทธาเป็นยิ่งนักขอกราบแทบพระบาท พระพุทธองค์

และขอตั้งความปรารถนาว่า ด้วยผลบุญนี้จง เป็นปัจจัยในอนาคตให้ได้ตรัสรู้

เป็นพระพุทธเจ้าสักพระองค์หนึ่ง และขอให้มีพระนามว่าสิทธัตถะเหมือน

ด้วยชื่อเหมือนพันธุ์ผักกาดนี้ด้วยเถิด “

หลังจากนั้นพระนางก็ส่งพระคุณเจ้ากลับไป ฝ่ายพระคุณเจ้า

ครั้งนี้ได้น้ำมันมากกว่าทุกวันที่แล้วมาจึงจุดประทีปได้สว่างไสว มากกว่าทุกวัน

ครั้นแล้วก็เข้าไปกราบทูลสมเด็จสัมมาพระพุทธเจ้าว่า

” ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า คืนนี้ข้าพระองค์ได้จุดประทีปบูชา

ได้มากกว่าคืนก่อนๆด้วยน้ำมันพันธุ์ผักกาดอันพระน้องนางสุมิตตาเทวีของพระองค์

ถวายมาและพระนางกล่าววาจาอธิษฐานว่า พระนางมีความศรัทธาเป็นยิ่งนักขอกราบ

แทบพระบาทพระพุทธองค์ และขอตั้งความปรารถนา ด้วยผลบุญนี้จง เป็นปัจจัย

ในอนาคตให้ได้ตรัสเป็นพระพุทธเจ้าสักพระองค์หนึ่ง และขอให้มีพระนามว่า

สิทธัตถะเหมือนด้วยชื่อนำมันพันธุ์ผักกาดนี้ด้วยเถิด ข้าพระองค์จึงขอโอกาสกราบทูล

ถามต่อพระองค์ว่าความปรารถนาของพระน้องนางจะสำเร็จหรือไม่ พระเจ้าข้า ?”

พระพุทธองค์เมื่อได้สดับฟัง จึงตรัสว่า ” พระน้องนางยังเป็นสตรีเพศอยู่

จึงยังไม่สมควรรับลัทธยาเทศพยากรณ์”

พระคุณเจ้าจึงทูลถามต่อ “ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าก็พระน้องนาง

ของพระองค์จักไม่มีโอกาสได้สำเร็จพระพุทธภูมิเลยหรือ พระเจ้าข้า”

พระพุทธองค์จึงทรงพิจารณาดูในอดีตภาคของพระน้องนาง

ก็ทรงทราบว่าพระน้องนางสุมิตตาเทวี ได้เคยปรารถนาพุทธภูมิไว้นานนักหนา

เมื่ออต้นอสงไขยตั้งแต่เป็นมานพแบกมารดาว่ายน้ำข้ามมหาสมุทร

และมีทรงพิจารณาดูไปในอนาคต ก็ทรงทราบว่าพระน้องนาง อ

าจสำเร็จซึ่งพุทธภูมิตามความปรารถนา พระพุทธองค์จึงทรงตรัสว่า

” กาลข้างหน้า นับจากนี้ไป 16 อสงไขยกับอีกแสนกัปป์

จักมีพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งทรงพระนามว่าทีปังกรซึ่งมีนามเสมอกับเรานี้

อุบัติขึ้นในโลกแล้วพระน้องนางจะได้รับลัทธยาเทศพยากรณ์ในสำนัก

ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น”

เมื่อพระคุณเจ้าได้รับฟังคำตรัสของพระพุทธองค์ก็กราบทูลลา

หลังจากนั้นก็ได้ไปยังปราสาท ของพระนางสุมิตตาเทวี แล้วบอกข้อความแก่

พระนางตามที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสทุกประการ นำความปีติแก่พระนางเป็นอย่างยิ่ง

จึงกล่าวปวารณา ให้พระคุณเจ้า จงมารับน้ำมันในสำนักของพระนางทุกวัน

ในวันถัดมาพระนางสุมิตตาราชกุมารีก็จัดแจงอาหารอย่างประณีตเป็นอันมาก

พร้อมทั้งเครื่องสักการะบูชาถวายบิณฑบาตแก่หมู่พระภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน

ด้วยความเลื่อมใสเป็นอย่างยิ่งและพระนางทรงเบื่อหน่ายเพศสตรีเป็นกำลัง

ครั้นสิ้นอายุขัยก็ได้เสวยทิพยสมบัติในดุสิตเทวโลก

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s