ทำทั้ง 2 ทำคนละเวลา ไม่ก้าวก่ายกัน

โดย ท่านหลวงตามหาบัว

กัณฑ์เทศน์ที่ ๑๔๑ : สมถธรรม-วิปัสสนาธรรม-เทศน์อบรมพระ ณ วัดป่าบ้านตาด เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒
———————————————————————————————-
 
สมถะ ก็ในวงกรรมฐาน ๔๐ อันใดที่เหมาะสมกับจริตนิสัยของเรา
 
ให้ตั้งหน้าตั้งตาประพฤติปฏิบัตินำธรรมบทนั้นเข้ามากำกับใจ ไม่ว่าจะเดินจะเหินจะอยู่อิริยาบถใด
ความรู้กับสตินี้กับคำบริกรรมให้ติดกันแนบสนิทอยู่ตลอดเวลา
 
นั้นแลชื่อว่า ความเพียรในทางสมถะ ให้ดำเนินอย่างนั้น จนกระทั่งจิตมีความสงบเย็น
เมื่อเย็นครั้งนี้แล้ว สงบครั้งนี้แล้ว ครั้งต่อไปก็อย่าไปยึดมาเป็นอารมณ์ว่า…
 
ครั้งที่แล้วมาเราทำอย่างนั้น ๆ แล้ว อยากให้เป็นอย่างนั้น ๆ
อย่าตั้งความอยากไปสู่อดีต คือ อตีตารมณ์ จะเป็นการผิดจากหลักปัจจุบันที่เคยได้รับความสงบมาแล้ว
สงบเพราะหลักปัจจุบันต่างหาก ได้แก่คำบริกรรมกับจิตติดแนบกันด้วยความมีสติควบคุมอยู่เท่านั้น
 
นี่หลักเกณฑ์ของการภาวนาเพื่อความสงบใจRed rose
 
———————

 

การพิจารณา เมื่อถึงจิตมีความสงบได้พอประมาณแล้ว
 
เมื่อหยุดจากการภาวนาเพื่อความสงบนั้นก็พิจารณาทางด้านปัญญา เป็นคนละวาระ ไม่ใช่วาระเดียวกัน
เวลาพิจารณาทางด้านปัญญา ก็ให้เป็นการพิจารณาทางด้านปัญญาจริง ๆ ไม่ต้องห่วงสมาธิ
ในขณะที่ทำเพื่อความเป็นสมาธิ เพื่อความสงบใจ ก็ไม่ต้องห่วงปัญญา
 
ให้ทำงานคนละเวลาไม่ให้ก้าวก่ายกัน ไม่ให้เป็นห่วง ห่วงหน้าห่วงหลัง
ไม่ให้จิตเป็นสัญญาอารมณ์ แล้วจะทำอะไรไม่ค่อยได้เหตุได้ผล
ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน สุดท้ายก็โลเล
 
นี่การพิจารณา

Ref: www.luangpudu.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s