คำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุเรื่องวัฎสงสาร

วัฏสงสาร เป็นสิ่งที่เจริญงอกงามอยู่เรื่อย ไม่มีที่สิ้นสุด เพราะว่ามันเป็นห่วงๆ ห่วงๆ

เป็นห่วงเกี่ยวกันไม่มีที่สิ้นสุด . ในห่วงหนึ่งๆ ถ้าจะเปรียบเทียบในที่นี้ ก็เหมือนกับ

เมล็ดพืชมันงอกขึ้นเป็นลูก แล้วลูกหล่นลงมาเป็นเมล็ดพืช แล้วงอกอีก แล้วเป็นลูกอีก

เมล็ดพืชในที่นี้ก็เหมือนกับกิเลส เมื่อมีกิเลสแล้วก็เป็นเหตุให้ทำกรรม

คือการปลูกเมล็ดพืชนั้นให้งอกงามเป็นหน่อ เป็นต้น เป็นใบ เป็นดอก กระทั่งเป็นผล

 

ผลนี้คือวิบากกรรม

เมล็ดพืชคือกิเลส

การงอกงามคือกรรม

ลูกดอกผลที่ออกมาคือวิบากของกรรม

 

ในวิบากของกรรมคือลูกผลนั้น ยังมีเมล็ดอยู่อีก และเมล็ดนั้นมันก็ตกงอกออกมาอีก

เราจึงเห็นได้ว่า วิบากกรรมนี้เองเป็นสิ่งที่มีอำนาจร้ายแรง หรือมีเสน่ห์อย่างร้ายแรง

ที่ทำให้คนเราต้องตกอยู่ในกระแสแห่งวัฎฎะ หรือกระแสแห่งกรรม 

 

มันต้องมีอะไรมาพรางตา คือมาหลอกให้หลง  มันจึงจะทนรับผลของกรรม

เหมือนที่คนเราประกอบกรรมใดๆลงไปนี้ ได้รับความพอใจ สนุกสนานเอร็ดอร่อย ต่างๆนานา

แล้วก็เข้าใจว่านั่นเป็นของวิเศษเป็นจุดสูงสุดที่เราพึงปรารถนา

แต่โดยที่แท้แล้ว นั่นคือค่าจ้าง หรือสิ่งหลอกลวงของกิเลส

 

จากหนังสือ คู่มือปฎิบัติธรรม

โดยท่านพุทธทาสภิกขุ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s